• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน
บริการประชาชน
สาวภูไท
19.31
สาวภูไท
สวัสดีคะ...วันนี้มีอะไรให้ช่วยค่ะ ถามสาวภูไทมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้นะคะ
19.31
ประวัติความเป็นมาของจังหวัด

เลือกภาษา : 

    จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในดินแดนที่ราบสูง อดีตเป็นศูนย์กลางของ อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์อันรุ่งเรือง แรกทีเดียวตัวเมืองตั้งอยู่ทางฝั่งซ้าย ของลำน้ำโขง (ฝั่งลาว) บริเวณทางใต้ปากเซบั้งไฟ ตรงข้ามกับอำเภอพระธาตุพนมในปัจจุบัน ตามอุรังคนิทานหรือตำนาน พระธาตุพนม (พิสดาร) ของพระธรรมราชานุวัตรอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ได้เรียบเรียงไว้ ตอนหนึ่งว่า สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ที่แคว้นศรีโคตรบูรณ์ มีพุทธทำนายว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วเมืองศรีโคตรบูรณ์จักย้ายไปตั้งที่ "ป่าไม้รวก" มีนามว่า "เมืองมรุกขนคร" ซึ่งสันนิษฐานกันว่าหมายถึง เมืองที่อยู่ในดงไม้รวก ตามสภาพภูมิประเทศที่สร้าง บ้านแปงเมืองนั้นเอง
    จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีประวัติสืบทอดยาวนาน เชื่อว่าเดิมศูนย์กลางของ "อาณาจักรศรีโคตรบูร" ที่รุ่งเรืองในอดีต ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่12 เป็นอาณาจักรอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ได้เสื่อมอำนาจลง ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรขอม ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 18 ชื่อของ "ศรีโคตรบูร" ได้กลายมาเป็นเมืองใน อาณาจักรล้านช้าง มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง โดยพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้าง ทรงสร้างเมืองที่ปากห้วยหินบูร (ปากห้วยบรรจบลำ น้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน เหนือเมืองนครพนม) และได้สืบทอดราชสมบัติต่ออีกหลายพระองค์

    ภายหลังย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวก ห้วยศรีมัง ริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย (คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน) ถึงปีพุทธศักราช 2297 มี พระนครานุรักษ์ครองเมืองศรีโคตรบูร มีความเห็นว่าเมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ปากห้วยแล้ว จึงได้เปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า "เมืองมรุกขนคร" เพราะถือว่าสร้างขึ้นในดงไม้รวก นามเมืองศรีโคตรบูรจึงเปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งนั้น

    ช่วงประมาณพุทธศักราช 2309 สมัยพระบรมราชากู่แก้ว หลังจากชนะศึกกับพระนครานุรักษ์ (คำสิงห์) เจ้าราชบุตรเขยผู้ไปสวามิภักดิ์ต่อ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (เจ้าองค์หล่อ) แห่งนครเวียงจันทน์ พระองค์ได้ย้ายเมืองข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาที่ปากบังฮวก (ฝั่งประเทศไทยปัจจุบัน คือบริเวณวัดมรุกขนคร ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม) และต่อมาในปีพุทธศักราช 2321 พระเจ้ากรุงธนบุรีทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเจ้าพระยาสุรสิงหนาท ยกทัพมาตีเอาหัวเมืองทางแถบแม่น้ำโขง รวมไปจนถึง นครเวียงจันทน์ เมืองมรุกขนครจึงได้ขึ้นกับกรุงธนบุรีในสมัยนี้ แต่ยังคงปกครองตนเองอยู่ หลังจากนั้น ราวปีพุทธศักราช 2322 สมัยพระบรมราชา (พรหมา) ได้ย้ายเมืองจากปากบังฮวก มาอยู่ที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางทิศใต้ 4 กิโลเมตร) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า "นครบุรีราชธานี"

    ต่อมาในปีพุทธศักราช 2329 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า "เมืองนครพนม" ขึ้นตรงต่อกรุงรัตนโกสินทร์ การที่พระราชทานนามว่า "เมืองนครพนม" สันนิษฐานได้ว่า อาจจะเนื่องด้วยเดิมเมืองนี้เป็นเมือง ลูกหลวงมาก่อน เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ใช้คำว่า "นคร" หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า "นคร" นี้ อาจรักษาชื่อเมืองเดิมไว้ คือ "เมืองนครบุรีราชธานี" ส่วนคำว่า "พนม" อาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่หรืออาจจะเนื่องจากเดิมมีอาณาเขต ไกลไปถึงดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งภูเขาสลับซับซ้อนมากกมาย ไปจนถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่า "พนม" แปลว่า "ภูเขา"
"Nakhon Phanom is a province in the upper Northeast. It is a border town with abundant natural resources and environment, beautiful scenery and a variety of cultures and ethnic groups, including a long history, the Phra That Phanom as a sacred place where Buddhists pay homage to the devotees from all over"
Nakhon Phanom Province is located in the northeastern of Thailand; it has a long history influencing the believe, that it is the original center of glory "Kingdom of Sri Krom Bun" in the past. In the early 12th century, the Kingdom was an independent Kingdom, not conquered by anybody. Around the 16th century, Sri Sot Boon has deteriorated its power and fell under the rule of the Khmer empire. Later, in the 18th century, the name of "Si Khor Buri" became a city in the Laan Chang Kingdom, as the capital city by King Krungsri Sattana Khon Hud Laan Chang, who built the city by the Pak Huai Hin Boon (the mouth of the creek joining the left side of Mekong River, opposite Tha Uthen above Nakhon Phanom city) and has inherited the thrones for many more kings.

After moving the city to Pha Mai Ruak, Huai Sri Mung, on the left bank of the Mekong river (the old city southern from the current Tha Kek city), until B.E.2297, King Nakaranurak ruled Sri Kod Boon city, with the opinion, that as the city is no longer located at the mouth of the creek, the name shall be changed to "Marookkanakorn City", because it is built in the bamboo woods, the name Sri Kod Boon has been changed from then onward.

Around B.E.2309, in the period of King Rachakookaew, after defeating King Nakaranurak (Kham Sing), the son-in-law of King, who surrendered to King Chaiyachetthatirat the 2nd (Chao Ong Lor) of Vientiane. He then moved the city across the Mekong River to Pak Bang Huag (The land in Thailand nowadays is the area of Marookkanakorn Temple, Tambon Donnanghong, Amphor Thatphanom, Nakhon Phanom Province) and later in the year B.E. 2321, King Thon Buri graciously ordered Somdet Chaophraya Maha Kasatsuk and Chaophraya Sura Singhanaj attack the cities along the Mekong River, including Vientiane. Marookkanakorn therefore belonged to Krung Thonburi in this era, but still reign by itself. Later, around B.E. 2322 in the era of Phra Barommaracha (Phromma), the city was moved from Pak Bang Huag to Baan Nong Chan (approximately 4 kilometers south from the city of Nakhon Phanom), with the new given name of "Nakorn Buri Ratchathani".

Later, in the year B.E. 2329, His Majesty Phra Bhuddayodfah Chulalok ordered to change the name to "Muang Nakhon Phanom", under the reign of Krung Rattanakosin. The reason for the name "Muang Nakhon Phanom" is assumed to be the fact that this city used to be the main sub-city, it is a city with its history importance, therefore the name "Nakorn", or in other meaning, this "Nakorn" name may preserve the original name, which was "Muang Nakorn Buri Ratchthani", and for the word "Phanom" may be rooted from the Phra Phanom relic located in this city or maybe because of its previous borders which spread to the left bank of the Mekong river, which is the Tha Kek area, with the mountains, until the land of Vietnam, therefore the word "Phanom", means "mountains", was used.
"那空拍侬府,为东北边上方的省府,算是边境省府,有丰富的天然资源及环境,有美丽的风景,有多样化的文化及种族,包括久远的历史,有Phra That Phanom为国家重要的佛教场所,为各地方佛教信徒所敬重。"
那空拍侬府,位于泰国东北方,有久远的历史,相信原来是古时很繁荣"Sri Kote Bul王国"的中心,于佛教第12世纪,为独立的王国,约于佛教第16世纪,Sri Kote Bul王国渐渐衰退,被高棉帝国所统治,后来约于佛教第18世纪,"Sri Kote Bul"的名字变成南掌王国的一个城,其地位是守卫城,即由Pra Jao Krung Sri Sattana Kon Hut Lan Chang ,在Pak Huai Hin Bool 建立城(Pak Huai与湄公河汇合于那空拍侬城北方的Ta Uten 县),及继承王位好几代。

后来迁移城到湄公河左岸的Huai Sri Mang (即现在Thakhek城下方的旧城),到了1754 年, 管理Sri Kote Bul城的Pra Nakra Nurak ,认为城已不是设立在Pak Huai了,因此将城改名为"Maruk Nakhon城",Sri Kote Bul城因此从那时开始改变。

约于1766 年,Pra Barom Racha Kukaew 在战胜Pra Nakra Nurak(Kam sing)后,就去投降永珍城的Setthathirath II (Jao Ong Loe) ,陛下将城迁移到湄公河另一边的Bak Bang Huak (泰国这一边,现在是Wat MarukkaNakhon 庙,Donnanghong乡, Tatpanom县,),及后来于1778年,郑信王命令Prayamahagasatsuek 及Prayasurasinghanat 来攻打湄公河一代的城,一直到永珍城,Maruk Nakhon城因此被当时的吞武里王朝所统治,但仍然管理自己,此后约于1779 年,Prabaromracha(Promma) 将城从Bak Bang Huak迁移到Ban Nong Jan (离那空拍侬城南边约4 公里),并重新取名为 "Nakhon Buri rachatahi"

后来于1786 年,拉玛一世命令将城改名为"那空拍侬城(Nakhon Phanom)",直属于拉達那哥欣城,陛下赐给城的名称为"那空拍侬城",猜想可能是因为,此城曾经是守卫城,是历史上很重要的城,因此使用 "Nakhon" 这个字,另外"Nakhon" 这个字,可能是维持原城名字"Nakhon Buri rachatahi" 的"Nakhon" 字 ,至于"Phanom" 这个字,可能是这个城有Phanom佛塔,或可能是原来的边界到湄公河左岸,及Thakhek城附近,那里有许多山,直到越南的边界,因此使用"Phanom" 这个字,意思是"山"。